+(66)909 256593
0
฿0.00
  • An empty cart

    You have no item in your shopping cart

10 เรื่องชวนหัวร้อน เวลาขับขี่ รถมอเตอร์ไซค์ บนท้องถนนเมืองไทย

10 เรื่องชวนหัวร้อน เวลาขับขี่ รถมอเตอร์ไซค์ บนท้องถนนเมืองไทย

แน่นอนว่ารถมอเตอร์ไซค์ Bigbike กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในยุคนี้ เนื่องจากคนหลายๆคนพยายามหลีกเลี่ยงการจารจรที่ติดขัดซึ่งทำให้เสียเวลามาก หลายคนจึงเลือกซื้อรถมอเตอร์ไซค์โดยคิดว่าจะเลิกเซ็งกับจารจรที่ติดขัด แต่ทีมงาน Tracer Biker จะไม่โลกสวย ขอบอกเลยว่า ชีวิตชาวสองล้อเองนั้นก็มีเรื่องให้หงุดหงิดเช่นกัน วันนี้เราจึงรวบรวม 10 อย่างบนท้องถนนที่ชวนให้ชาวสองล้อหัวร้อนที่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจก่อนออกจากบ้าน

10 ไม่เปิดไฟเลี้ยว


ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์เท่านั้น รวมทั้งมอเตอร์ไซค์ด้วยกันเองนี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา บางครั้งการขับขี่ในเมืองที่มีปริมาณรถหนาแน่นอาจจะมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุน้อยเพราะไม่ได้ใช้ความเร็วที่มากนัก แต่หากเมื่อการจราจรคล่องตัว การเปิดไฟเลี้ยวเป็นการสื่อสารกับคนข้างหลังเพื่อเตรียมตัวรับมือหากรถข้างหน้าจะเลี้ยวทั้งซ้ายและขวา ไม่ว่าจะในกรณีเปลี่ยนเลน หรือเลี้ยวเข้าซอยก็ตาม อาจจะเป็นเพราะประเทศไทยเริ่มเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น และอาจจะถูกปลูกฝังแบบผิดๆในการขับขี่ จึงทำให้เกิดปัญหาต่างๆได้

9 มีกระจกแต่ไม่ใช้

นอกจากการไม่ใช้ไฟเลี้ยวแล้ว ยังมีคนประเภทที่เลี้ยวแบบไม่มองกระจกหลังก็มี หรือแม้แต่การเลี้ยวข้าม 1-2 เลน ซึ่งถ้าหากเราอยู่ในกรุปต่างๆของมอเตอร์ไซค์ เราจะเห็นสิ่งเหล่านี้บ่อยมาก และบ่อยครั้งที่เกิดอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ชนกับรถยนต์ เรื่องนี้ควรจะแก้ด้วยความรอบคอบส่วนตัวและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

8 พื้นถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ

อย่างที่รู้ๆกัน เราชาวสองล้อพยายามหลบหลีกเลยด้านซ้ายสุดเนื่องจากมีการทรุดตัวของพื้นถนน เป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นเนินเล็กๆที่อาจทำให้รถมอเตอร์ไซค์เสียการควบคุมได้ รวมไปถึงความไม่เท่ากันของพื้นถนนนั้นส่งผลให้เกิดน้ำขังเป็นจุดๆ บางพื้นที่มีเศษดินเศษทรายกลายเป็นโคลน ที่จะทำให้รถมอเตอร์ไซค์ลื่นล้มได้ง่ายมาก โดยทางที่ดีคือพยายามสังเกตและทำความคุ้นเคยกับถนนเส้นที่เรากำลังเดินทางไป หรือพยายามอยู่กลางเลนซ้ายสุด และขับในความเร็วปานกลางไว้ก่อน

7 เปลี่ยนเลนตามใจชอบ

ความรู้สึกลึกๆที่ปลูกฝังของคนใช้รถใช้ถนนก็คือว่า ต้องแก่งแย่ง แข่งกันไป ทำให้การกระทำหลายๆอย่างไม่ได้นึกถึงคนอื่น ด้วยความที่กลัวจะเปลี่ยนเลนเส้นทางไม่ได้จึงต้องหักหัวรถออกมาก่อน ซึ่งบางครั้งในช่องระหว่างเลนไม่ได้มีมอเตอร์ไซค์วิ่งมามันก็ดีไป แต่ถ้ามีวิ่งมาเร็วๆแล้วละก็ ได้เบรกกันหัวทิ่มหัวตำแน่นอน เปิดไฟเลี้ยวซักนิดบอกสัญญาณคันข้างหลังบ้าง

6 ไฟท้ายเสียแต่ไม่รู้จักซ่อม

 ไฟท้ายเสียนี่เป็นอะไรที่น่าปวดหัวมาก การที่ไม่มีไฟท้าย ไฟเบรก มีโอกาสที่จะทำให้รถชนท้ายสูงมาก และเมื่อเกิดการขนขึ้น คนที่ชนกลับเป็นคนผิดซะแบบนั้น เพราะงั้นใครที่ไฟท้ายเสียอยู่รีบไปซ่อมโดยด่วน หรือถ้าคุณเป็นคนตามหลังรถคันที่ไฟเบรกเสียละก็ เปลี่ยนเลน หรือแซงหนีมาจะดีกว่า ไม่ใช่เฉพาะรถ แต่ยังเป็นมอเตอร์ไซค์ด้วยเช่นกัน ยิ่งช่วงที่รถติดแล้ววิ่งตามช่องว่างระหว่างเลน ถ้ามองไม่ดี ไม่ชินระบะเบรกของรถมอเตอร์ไซค์ตัวเอง รับรองได้มีการจูบตูดแน่นอน

5 โยนก้นบุหรี่ออกจากรถ

นับเป็นหนึ่งในข้อเกี่ยวกับการออกแบบรถในการทำที่เขี่ยบุหรี่เก็บไว้ในรถ การทิ้งก้นบุหรี่ออกจากรถนับเป็นการละเลยความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นอย่างมาก แต่ยังไงซะด้วยความคิดที่ว่า ไมมีใครจับหรอก ไม่มีใครว่าอะไรหรอก มันจึงกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมเสียแล้ว และถ้าจังหวะที่โยนก้นบุหรี่ออกมา ดันไปโดนคนขับรถมอเตอร์ไซค์ ก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน ยิ่งก้นบุหรี่ที่พึ่งหมดไฟมันยังไม่มอด ยังมีความร้อนอยู่ ลำบากชีวิตคนขับมอเตอร์ไซค์ไปอีก

4 อากาศคาดเอาไม่ได้

ต้องบอกเลยว่าในประเทศเรา เดือนนึงสามารถมีได้หลายฤดู ทั้งหนาว ฝน ร้อน และร้อนโคตรๆ ซึ่งหลายครั้งที่คนขับรถมอเตอร์ไซค์ต้องหาที่หลบชั่วคราวเมื่อฝนตก และนั่งรอยืนรอกว่าฝนจะผ่านไป ถ้าเจอที่หลบดีๆ เช่นปั้มน้ำมัน หรือเข้าห้างสรรพสินค้าก็ถือว่าเป็นโชคดี แต่บางคนก็ไม่ได้มากับดวง ต้องหลบกันใต้สะพานลอย ใต้ทางด่วนกัน เล่นมือถือรอฝนหยุดกันไปยาวๆ 

3 คนขับรถใช้น้ำปัดกระจก

สำหรับการขับขี่ในเมือง การใช้ระบบน้ำปัดกระจกในรถอาจจะไม่ก่อให้เกิดปัญหามากนัก แต่หากกำลังขับรถด้วยความเร็ว ที่ปัดน้ำฝนจะปัดน้ำกระเด็นออกด้านล้าง และด้วยแรงลมจากความเร็วในการขับขี่ กลายเป็นหยดน้ำดีๆนี้เองที่มีโอกาสจะกระเด็นโดนคนขับรถมอเตอร์ไซค์ได้

 2 คนขับรถขยับเลนไม่ให้รถมอเตอร์ไซค์ผ่าน

อันนี้เป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดสุดๆ สาเหตุที่คนใช้รถมอเตอร์ไซค์(เฉพาะประเทศไทย) คือหลีกเลี่ยงรถติด การขับไปตามช่องว่างระหว่างเลนเป็นเรื่องทั่วๆไป แต่บางครั้งเราเองก็เห็นช่องมันไปได้ จนกระทั่งรถยนต์เริ่มเบียดออกมา ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม จะเปลี่ยนเลน หรือจะแกล้งกันก็ตาม มันเป็นเรื่องของน้ำใจการใช้ถนนที่ต้องบอกเลยว่าสังคมไทยมีน้อยลงทุกที 

1 คนขับรถได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์เครื่องดังๆ แล้วพยายามจะขับแข่ง

ต้องยอมรับว่า การทำท่อดังเกินไปก็เป็นมลภาวะทางเสียงต่อคนใช้รถใช้ถนนเหมือนกัน ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงได้ การใช้ท่อควรจะเป็นท่อที่มี Silencer ในการลดเสียงเพื่อความเป็นมิตรในการใช้รถใช้ถนน แต่รถมอเตอร์ไซค์บางรุ่นมันไม่สามารถควบคุมเสียงเครื่องยนต์ได้ ( เช่น Ducait ) พอคนขับรถได้ยินมอเตอร์ไซค์เครื่องดังๆแล้วเกิดอาการของเข้า ต้องเร่งแข่งกัน บิดแข่งกัน บนท้องถนนที่มีรถคันอื่นๆใช้ร่วมกัน ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นด้วย

เรื่องหัวร้อนๆแบบนี้ เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจออย่างน้อย 1 อย่างบนถนนไทยแน่นอน เรารู้แล้วว่าบรรยากาศการใช้รถใช้ถนนของบ้านเรา คือการแข่งขันแก่งแย่งกันทุกเวลา สิ่งที่จะทำให้เราอยู่กับสถานการณ์นี้ได้คือการปล่อยวาง หรือหากเราเห็นสถานการณ์ด้านหน้าแล้วมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ ให้เราเว้นระยะออกมาซักหน่อย คอยดูสถานการณ์ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าเราจะขับขี่ยังไง สุดท้ายนี้ทีมงาน Tracer BIker ขอเป็นกำลังใจให้กับคนขับรถมอเตอร์ไซค์ทุกคนที่จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากปัจจัยอื่นๆ แต่ที่สำคัญ ตัวเราเองก็ควรจะขับขี่อย่างปลอดภัย และให้เกียรติกับคนใช้รถใช้ถนนทุกฝ่าย

Leave your thought

Login

Lost your password?